ประสบผลสำเร็จ “ตลาดประชารัฐขอนแก่น”เล็งขยายเพิ่มอีก 10 แห่ง

            ตลาดประชารัฐขอนแก่น ประสบผลสำเร็จ หลัง Kick Off  5 ธ.ค. สามารถพัฒนาตลาดใหม่ ขยายพื้นที่ตลาดเดิม จาก 49 แห่งเพิ่มเป็น 59 แห่ง มีผู้มาลงทะเบียนแล้ว 191 ราย มีตลาดรองรับเพิ่มอีก 128 แห่ง

                 นายธีระเชษฐ สอนปะละ พัฒนาการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ตามที่มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 เห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินโครงการตลาดประชารัฐ  โดยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในรูปแบบประชารัฐโดยบูรณาการตลาดประชารัฐ ทั้ง 9 ประเภท ประกอบด้วย ตลาดประชารัฐ Green Market   ตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้  ตลาดประชารัฐท้องถิ่นสุขใจ  ตลาดประชารัฐของดีจังหวัด  ตลาดประชารัฐ Modern Trade  ตลาดประชารัฐ กทม.คืนความสุข  ตลาดประชารัฐของดีวิถีชุมชน ธ.ก.ส. ตลาดประชารัฐต้องชมของกระทรวงพาณิชย์  และตลาดประชารัฐวัฒนธรรม  ถนนสายวัฒนธรรม  โดยมีแนวคิดการดำเนินงาน พัฒนาตลาดใหม่ ขยายพื้นที่ตลาดเดิม และเพิ่มวันทำการ  ขึ้นเพื่อส่งเสริมให้พี่น้องประชาชน และผู้ประกอบการ ทุกกลุ่ม ทุกสินค้า ทุกระดับ ทั้งสินค้าเกษตร OTOP SMEs ไมโคร SMEs วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ได้มีพื้นที่ค้าขายมากขึ้น รวมทั้ง ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากการไม่มีสถานที่ค้าขาย ลดต้นทุนค่าเช่าแผง – ค่าตลาด และ ช่วยลดค่าครองชีพของคนในแต่ละชุมชน ทางอ้อมด้วย

             ทั้งนี้ ในส่วนของพื้นที่ จ.ขอนแก่น ในปี 2561 มีผู้มาลงทะเบียนแล้ว 191 ราย และมีตลาดรองรับในพื้นที่แยกเป็นรายอำเภอจำนวน 128 แห่ง และจะมีการขยายเพิ่มตลาด อีก 10 แห่งจากเดิม 49 แห่งเป็น 59 แห่ง โดยสินค้าที่จำหน่ายมีราคาที่เป็นธรรม น้ำหนักเที่ยงตรงและติดป้ายแสดงราคาชัดเจน เพื่อสร้างมาตรฐานความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ขาย ขณะที่สถานที่ก็สะอาด ถูกสุขอนามัย เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค กระตุ้นให้เกิดการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง

             “โครงการนี้รัฐบาลมุ่งหวังจะให้เป็นแหล่งตลาดแห่งใหม่ของผู้ผลิตทั้งหน้าใหม่หน้าเก่า เพิ่มช่องทางการค้าเพื่อจะทำให้เศรษฐกิจระดับฐานรากมีการเคลื่อนไหว และเพื่อให้พี่น้องประชาชนชาว จ.ขอนแก่น ทุกระดับ ทุกประเภท มีช่องทางการตลาดที่มากขึ้น เข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น และต้องขอขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาว จ.ขอนแก่น ที่เป็นผู้ผลิตสินค้าในระดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โอทอป เอสเอ็มอี และอื่น ๆ ถือเป็นการเปิดพื้นที่ด้านการตลาดให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งจะทำให้ระบบเศรษฐกิจได้มีการขับเคลื่อนในระดับฐานรากโดยผู้ผลิตอย่างแท้จริง อย่างน้อยที่สุดพี่น้องประชาชนสามารถเลือกสินค้าได้หลากหลายขึ้นในราคาย่อมเยามากขึ้น ที่สำคัญไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปไกล ๆ ได้สินค้าที่เหมาะสม มีคุณภาพที่ดี สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน” นายธีระเชษฐ กล่าว ///

Facebook Comments