จีนยึดขอนแก่น รับไฮสปีดเทรน ฮับโลจิสติกส์

จับตาจีนรุกลงทุนขอนแก่น รับรถไฟความเร็วสูง โดยมี 24 องค์กรจีนในพื้นที่ปักหลักดึงนักลงทุนต่อเนื่อง หลังนำร่องจากผลิตโรงซ่อมรถถัง ด้านจังหวัดเดินหน้าโปรโมทตลาดไมซ์ผนวกท่องเที่ยว ตั้งเป้าดึงทัวริสต์ 5 ล้านคนต่อปีในปี 63

ภาพรวมการลงทุนจังหวัดขอนแก่นขณะนี้เห็นชัดว่ากลุ่มทุนจากจีน ได้เข้ามาปักหลักลงทุนเพื่อรองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่ก่อสร้างจากจีนมาถึงหลวงพระบางของลาว และจะเชื่อมมาไทยในไม่ช้านี้ ขณะที่สถานทูตจีน กำลังอยู่ระหว่างการขยายพื้นที่ทำการเพิ่มอีก  4 ไร่ บริเวณบึงแก่นนคร เพื่ออำนวยความสะดวกรองรับนักธุรกิจชาวจีน

ขณะที่ทุนท้องถิ่น มีทั้งการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาของบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมืองฯ มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท การขยายสนามบินด้วยงบ 2,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 1.5 ล้านคนต่อปี เป็น  5 ล้านคนต่อปี ในปี 2563 และยังมี โครงการรถไฟทางคู่-ทางรถไฟสายใหม่ (บ้านไผ่-นครพนม) การพัฒนาจังหวัดสู่สมาร์ท ซิตี้ มีจำนวนเที่ยวบินกว่า 32 เที่ยวบินต่อวัน  เชื่อมโยง ขอนแก่น-กรุงเทพฯ และเชื่อมภูมิภาคไปเชียงใหม่-หาดใหญ่ และภูเก็ต มีโรงแรมที่พักกว่า 366 แห่ง หรือมีจำนวนห้องพักกว่า 10,068 ห้อง ล้วนผลักดันให้ขอนแก่นเป็นมหานครแห่งอาเซียนในไม่ช้านี้

นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น

นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าจากการที่ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเชื่อมต่อภูมิภาค CLMV มีการตั้งสถานกงสุล สำนักงานภูมิภาคถึง 3 ประเทศคือ จีน ลาว และเวียดนาม จึงมีนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก โดยมีจีนเข้ามาลงทุนมากที่สุด เพื่อก่อสร้างโครง การรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่ใช้ขอนแก่นเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรั๊คชั่น คอร์ปอเรชั่นฯ (CRCC)  ซึ่งมีบริษัทย่อยอีกหลายบริษัท ทั้งด้านก่อสร้างและวิศวกรรม และธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีน โดยจะเข้าพบกับหอการค้าจังหวัด สถานกงสุลจีน และจังหวัดขอนแก่นในวันที่ 15 มีนาคมนี้

ด้านนายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า กลุ่มทุนจีน จัดว่าเป็นกลุ่มทุนต่างชาติที่ล่วงหน้าเข้ามาลงทุนในพื้นที่ เมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลได้ร่วมทุนกับจีน เข้ามาตั้งโรงงานซ่อมบำรุงรถถังที่ขอนแก่น และจากการสำรวจยังพบว่าจีนอยากจะเข้ามาลงทุนในขอนแก่นมากขึ้น เนื่องจากในพื้นที่มีองค์กรจีนมากถึง 24 องค์กร ที่จะดึงนักธุรกิจจีนเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง

“รัฐบาลมีนโยบายที่จะผลักดันให้ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์เชื่อมอีสต์-เวสต์ คอร์ลิดอร์ (ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก-ตะวันตก) ทั้ง ปตท. จะเปิดโรงแยกก๊าซในพื้นที่ ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อขอนแก่นที่จะเป็นฮับโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการขนส่งในเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจดังกล่าว”
ส่วนด้านการท่องเที่ยวมีการดึงดูดให้สายการบินจากประเทศเพื่อนบ้าน เปิดบินตรงเข้าขอนแก่น อาทิ การหารือกับสายการบินไชน่า เซาธ์เทิร์นและเวียดเจ็ท เพื่อเปิดบินจากจีนและเวียดนามเข้าขอนแก่น ขณะเดียวกันยังเน้นดึงตลาดไมซ์ (MICE) โดยระหว่างวันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน จังหวัดจะเป็นเจ้าภาพ จัดประชุม PATA Destination Marketing Forum 2018 ของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก (พาต้า) จะมีสมาชิกจากทั่วโลกกว่า 250 คนเข้าหารือร่วมกันในหัวข้อการพัฒนาเมืองรอง ซึ่งจะทำให้ขอนแก่นเป็นจุดหมายปลายทาง ซึ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้นในเวทีระดับสากล

นอกจากนี้ยังร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) ในโครงการ “ประชุม…เที่ยว เรื่องเดียวกัน ที่ขอนแก่น” เพื่อโปรโมทขอนแก่น ซึ่งจัดว่า เป็น 1 ใน 5 พื้นที่ไมซ์ ซิตี้ ของไทย โดยเชื่อมโยงการจัดประชุมและการท่องเที่ยวมาผนวกเข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายเพิ่มนักท่องเที่ยว ไม่น้อยกว่า 5 ล้านคนต่อปี เนื่องจากมีความพร้อมทั้งในแง่ของการเป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่ การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานรองรับนักท่องเที่ยว

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,343 วันที่ 25 – 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

Facebook Comments