
Key Points
- ธปท.อีสาน เผยเศรษฐกิจภาคอีสานไตรมาสแรกปี 2569 ส่งสัญญาณชะลอตัว
- กำลังซื้อประชาชนลดลงจากภาระหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพสูง
- ภาคค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนเอกชนเริ่มได้รับผลกระทบ
เศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ “ภาคอีสาน” ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณน่า กังวล หลังหลายภาคส่วนชะลอตัวลง โดยเฉพาะกำลังซื้อของประชาชนที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ท่ามกลางภาระหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง
รายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจ อีสานยังขยายตัวได้ แต่ในอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า โดยแรงกดดันสำคัญมาจากการบริโภคภาคเอกชนที่เริ่มอ่อนแรง
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า ในปี 2566 ภาค อีสานมีสัดส่วนครัวเรือนที่มีหนี้สินสูงถึง 60.8% ของครัวเรือนทั้งหมด สูงที่สุดในประเทศไทย สะท้อนภาระหนี้ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อและการใช้จ่ายของประชาชนในภูมิภาคสำหรับวัตถุประสงค์ของการเกิดภาวะหนี้ครัวเรือนในภาคอีสาน วัตถุประสงค์หลักของการก่อหนี้ในภาคอีสานได้แก่ 43.9% เป็นการกู้ยืมเพื่อซื้อ หรือเช่าซื้อบ้านที่อยู่อาศัย ถัดมา 25.3% เป็นการกู้ยืมเพื่อทำการเกษตร และ 21.3% เป็นการกู้ยืมเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือนประชาชนยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย เนื่องจากมีภาระหนี้สินสะสมสูง ขณะที่รายได้ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานรายวันและภาคเกษตรกรรม ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และบริการใน ภูมิภาคเริ่มได้รับผลกระทบตามไปด้วย
นอกจากนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังมีแนวโน้มชะลอตัว สะท้อนจากจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่ง ที่ยังอยู่ในระดับสูง
ด้านภาคเกษตร แม้บางพื้นที่จะได้รับอานิสงส์จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดยัง มีความผันผวน ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งราคาปุ๋ย พลังงาน และค่าขนส่ง ทำให้รายได้สุทธิของเกษตรกรยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังถือเป็นจุดแข็งสำคัญของเศรษฐกิจอีสานในช่วงต้นปี โโดยเฉพาะการแข่งขัน MotoGP ที่จังหวัดบุรีรัมย์ และวันหยุดยาวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายภายในภูมิภาค
แหล่งอ้างอิง
- สำนักข่าวไทย MCOT
- ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ
