60 ปี : อัตลักษณ์บัวพันธ์

พอใครได้ยินชื่อ รศ.ดร.บัวพันธ์ พรหมพักพิง แทบทุกคนจะคิดว่าต้องเป็นผู้หญิงแน่ๆ

        แต่พอเจอตัวจริง หน้าคมเข้ม มีทั้งหนวด ชอบใส่หมวก ท่าทางเป็นลูกชาวบ้านหรือชาวไร่ชาวนาแน่ๆ จริงๆแล้วเป็นผู้ชายแท้ๆมีครอบครัวมีลูกสามคน

       ความพยายามและขยันขันแข็งทางการศึกษาทำให้ อ.บัวพันธ์ ฝ่าฟันจนจบปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษ  มีพื้นฐานภาษาอังกฤษและตำแหน่งวิชาการระดับรศ.และกำลังรอผลการได้ ศ. โดยดูแลหลักสูตรพัฒนาสังคม ตั้งแต่ ป.ตรีจนถึง ป.เอก (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)

      สิ่งที่ อ.บัวพันธ์ให้ความสนใจและฝักใฝ่ คือ การเมือง โดยเฉพาะการเมืองระดับสูง หรือ การเมืองแบบตัวแทน/รัฐสภา/รัฐบาล จนไปถึงการเมืองระดับรากหญ้า

       ในขอนแก่น อ.บัวพันธ์ ร่วมเคลื่อนไหวทั้งไฮปาร์ค เขียนแถลงการณ์ ร่วมชุมชนและร่วมวางแผนต่างๆ ตั้งแต่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ในปีพ.ศ.2535 ทหารเริ่มปราบปรามและเข่นฆ่าประชาชน คณาจารย์ นักศึกษา เอ็นจีโอ จึงรวมตัวกันพาบุคลากรของมหาวิทยาลัยกับประชาชนในขอนแก่น เรียกร้องความเป็นธรรมให้หยุดปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน

       เหตุการณ์ต่อมา คือ การร่วมมือกับพันธมิตร ขอนแก่น เพื่อขับไล่ระบอบทักษิณที่โกงกินบ้านเมือง โดยอาศัยนโยบาย/โครงการต่าง เข้าไปมีผลประโยชน์เชิงซ้อน   จนมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงแยกเป็นฝ่ายเหลืองกับฝ่ายแดง ต่อมาภายหลังอ.บัวพันธ์เริ่มได้ชื่อว่าอยู่ฝ่ายแดง จนถูกทหารเรียกไปคุยด้วยเป็นระยะๆถึง 3 ครั้ง

      ในการเมืองระดับรากหญ้า อ.บัวพันธ์ให้ความสนใจกับการสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนและนักพัฒนาภาคเอกชนหรือภาคประชาสังคม ในการเรียนรู้ทางการเมืองและกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างรวดเร็ว จนมีการจัดตั้งศูนย์ประชาสังคมขึ้น ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลอเมริกา ผ่าน USAID และบริษัทที่ชนะการประมูลงานมาทำงานด้วยหลายปี

      ในทางวิจัยและพัฒนา อ.บัวพันธ์ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยความอยู่ดีมีสุข และทำงานมาอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยเปิดโอกาสให้ลูกศิษย์จำนวนหลายสิบคนมาทำงาน เรียนรู้และพัฒนาตนเอง จนเติบโตก้าวหน้าไปหลายคน

      นี่เป็นอัตลักษณ์ที่ดีของอ.บัวพันธ์ในการดูแลลูกศิษย์ ไม่เพียงแค่ลูกศิษย์ อ.บัวพันธ์ผลักดันตำแหน่งอาจารย์ให้กับนักวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนา มข. หรือที่รู้จักกันดีในนาม RDI ที่มี มรว.อคิน รพีพัฒน์ ริเริ่มก่อตั้งและพัฒนาจนมีชื่อเสียงโด่งดังทางก่ารวิจัยและพัฒนา ภายใต้การสนับสนุนของ USAID และ CIDA ต่อมาได้ยุติการสนับสนุนทุน โดยคาดหวังให้ มข.รับช่วงดูแลต่อไป

      อ.บัวพันธ์ ผลักดันให้มีการสอบโอนย้ายมาเป็นอาจารย์ได้ 4 คน โดยอยู่ที่สาขาสังคมวิทยา 2 คน สาขาพัฒนาสังคม 2 คน ต่อมามีนักวิจัยโอนย้ายมาสาขารัฐประศาสนศาสตร์ อีก 1 คน  นี่เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ทำให้นักวิจัยเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นอาจารย์ โดยมีบทบาทสร้างคนสร้างบัณฑิต ผลิตผลงานวิจัยและพัฒนา งานบริการวิชาการสู่สังคมและการประยุกต์ศาสนาธรรม วัฒนธรรมประเพณีเพื่อชุมชนและสังคม ได้เป็นจำนวนมากจนถึงปัจจุบัน

       อัตลักษณ์บัวพันธ์ ยังคงต้องการสอน ทำวิจัยและพัฒนา ฝักใฝ่ถกเถียงทางการเมืองและแสวงหาทางเลือกใหม่ๆเพื่อประชาธิปไตยในสังคมไทย

      ในวัย 60 ปี ของ อ.บัวพันธ์ จึงเป็นจุดที่ภารกิจยังไม่สำเร็จ ต้องต่อยอดสานต่อให้เกิดพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ชาวบ้านหลุดพ้นจากความเหลื่อมล้ำทางความเป็นธรรมและเพื่อสร้างระบอบประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับสังคมต่อไป

โดย:ดร.สมพันธ์  เตชะอธิก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

Facebook Comments