เลือกตั้งเพื่อใคร?

      คนบางส่วนเข้าใจว่า การเลือกตั้ง คือ ประชาธิปไตย อาจเพราะถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่า การเลือกตั้ง คือ หัวใจสำคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งถูกต้องส่วนหนึ่ง…….

      เมื่อสังคมไทยผ่านการเลือกตั้งมาครั้งแล้วครั้งเล่า ก็มักได้รัฐบาลและนักการเมืองที่เข้าไปสร้างนโยบาย/โครงการขนาดใหญ่ เพื่อผลประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง มีการคอรัปชั่นมหาศาลนับแสนๆล้านบาท จนทหารออกมาทำรัฐประหาร เป็นวัฏจักรการเมืองที่เรียกว่า วงจรอุบาทว์

     การเลือกตั้งครั้งหน้าที่คาดการณ์กันในเบื้องต้นว่าจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์หรือพฤษภาคม 2562 ก็กำลังลอกเลียนแบบการเลือกตั้งครั้งก่อนๆทุกครั้งที่ผ่านมา เพียงแต่มีความซับซ้อนและการต่อสู้ของพรรคการเมืองและกลุ่มคนที่เอาประยุทธ์และไม่เอาประยุทธ์

      นับตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและคณะ ทำการรัฐประหารเมื่อปีพ.ศ.2557 ด้วยคำประกาศคณะรัฐประหารว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง สร้างความสงบทางการเมืองและแก้ไขปัญหาการคอรัปชั่น ทำให้ผู้คนจำนวนมากเกิดความหวังใหม่ทางการเมืองว่าอนาคตประชาธิปไตยน่าจะสดใสและทหารน่าจะเข้ามาชั่วคราว…………

      แต่ผลกลับปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์และทหารทำได้แค่สร้างความสงบเรียบร้อยด้วยอำนาจรัฐ แถมมีการคอรัปชั่นหลายแสนๆล้านบาทสูงกว่ารัฐบาลจากพลเรือนด้วยซ้ำ แม้ว่านายกฯประยุทธ์จะรักษาภาพพจน์ไม่คอรัปชั่นไปด้วยได้ดีก็ตาม

     การปฏิรูปการเมืองไม่ไปไหน แถมยังเข้าตำราทฤษฎีอำนาจ คือ เมื่อได้รับอำนาจรัฐแล้วก็ติดลมบน ต้องการมีอำนาจมากขึ้นๆไปเรื่อยๆ ด้วยการสร้างรัฐธรรมนูญที่มีอำนาจตั้งสมาชิกวุฒิสภา 250 คนเพื่อมาเลือกนายกรัฐมนตรีคนนอกได้ สร้างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่ทุกพรรคการเมืองต้องทำตาม โดยมีกลุ่มทหารกับข้าราชการยังมีอำนาจบริหารจัดการ

     มีการสร้างพรรคการเมืองจากนโยบาย/โครงการของรัฐแล้วเอาข้าราชการตำแหน่งใหญ่ๆที่สวามิภักดิ์เข้าพวกทหารมาบริหารจัดการเพื่อกลับเข้าไปเป็นรัฐบาลใหม่ บวกกับพรรคนอมินีที่สนับสนุนให้กลับมาเป็นนายกฯ โดยมุ่งหวังตำแหน่ง อำนาจหน้าที่และผลประโยชน์เฉพาะตนและพรรคพวก

     ส่วนพรรคคู่ต่อสู้ยังคงพรรคที่เป็นศัตรูเก่าที่ยืดเยื้อต่อสู้กันมานานและทำทุกวิธีทางให้มีการเลือกตั้ง เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะกลับเข้าสู่อำนาจและมาเคลียร์เรื่องความผิดต่างๆ รวมทั้งยังคงต้องการผลประโยชน์จากนโยบาย/โครงการของรัฐ

      พรรคการเมืองที่ไม่เอาเผด็จการทหาร จึงกลายเป็นพรรคแนวร่วมให้กับคู่ต่อสู้ทางการเมือง ถึงจะประกาศไม่เลือกข้างแต่การเมืองลักษณะเช่นนี้ทำให้ต้องเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปโดยปริยาย

      การเมืองไทยที่มีการเลือกตั้งแบบนี้ จึงไม่มีความหวังในระบอบประชาธิปไตยที่จะสร้างความเท่าเทียมกัน ความเสมอภาค สิทธิเสรีภาพ การเข้าสู่อำนาจที่เป็นธรรมและการสร้างประโยชน์เพื่อชาติ เพื่อประชาชนที่แท้จริง

     ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจึงเป็นเพียงเบี้ยล่างที่รอรับผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆจากนโยบาย/โครงการของพรรคการเมืองที่เข้าไปเป็นรัฐบาล โดยที่ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำของคนรวยคนจน การแย่งชิงทรัพยากรดิน น้ำ ป่า แร่ธาตุจากชุมชน การศึกษาที่มีคุณภาพน้อยและก้าวไม่เท่าทันประเทศเพื่อนบ้าน สุขภาวะที่เสื่อมโทรมลงเรื่อยๆของประชาชน ฯลฯ

     ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับความสนใจและการแก้ไขจากการเลือกตั้งเข้าสู่อำนาจเลย การเลือกตั้งจึงเป็นเกมการเมืองที่เล่นกันอยู่ในหมู่ทหาร ข้าราชการเก่าๆ นักการเมือง นายทุน โดยมีคนรุ่นๆใหม่ๆเข้าไปแซมบ้างเล็กๆน้อยพอเป็นน้ำจิ้มการเมืองที่ทำให้มีอรรถรสขึ้นมาบ้าง

    ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็ต้องจำยอมไปลงคะแนนให้เข้าสู่อำนาจรัฐ โดยที่ทางเลือกอื่นๆ ทั้งเรื่อง เศรษฐกิจพึ่งตนเอง การกระจายอำนาจ การปฏิรูปการเมือง การศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อมและสังคม ยังเป็นอนาคตที่มองไม่เห็นจากผลการเลือกตั้ง

ชุมชนาธิปไตย:โดยสมพันธ์  เตชะอธิก อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Facebook Comments