รายละเอียดผลการเลือกตั้งและสถิติคะแนนรายบุคคล เลือกตั้ง ปี 2566
ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ปรากฏผลคะแนนที่สร้างความฮือฮาในระดับประเทศ เมื่อนายสิงหภณ ดีนาง จากพรรคเพื่อไทย สามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้ด้วยคะแนนที่เบียดเอาชนะคู่แข่งไปเพียง 74 คะแนนเท่านั้น 2 ตัวเลขส่วนต่างที่น้อยยิ่งกว่าจำนวนบัตรเสียในหน่วยเลือกตั้งเพียงไม่กี่หน่วยนี้ สะท้อนถึงภาวะ “การแบ่งขั้ว” (Polarization) ของฐานเสียงระหว่างฝ่ายที่ยึดโยงกับอุดมการณ์พรรคระดับชาติและฝ่ายที่นิยมในผลงานและการเข้าถึงพื้นที่ของตัวบุคคล
ผลการนับคะแนนผู้สมัคร สส. เขต 6 ขอนแก่น (นับครบ 100%)
| ลำดับ | หมายเลข | ชื่อผู้สมัคร | สังกัดพรรค | คะแนนเสียง | สัดส่วน (%) |
| 1 | 5 | นายสิงหภณ ดีนาง | พรรคเพื่อไทย | 29,293 | 33.84% |
| 2 | 1 | นายวิศรุต ปู่เพ็ง | พรรคภูมิใจไทย | 29,219 | 33.76% |
| 3 | 11 | นายสานิตย์ พระโบราณ | พรรคก้าวไกล | 16,543 | 19.11% |
| 4 | 7 | นายสำราญ ศรีภา | พรรคพลังประชารัฐ | 7,321 | 8.45% |
| 5 | 4 | นางสาวเพชรมณีย์ สันติเมทนีดล | พรรครวมไทยสร้างชาติ | 1,823 | 2.10% |
| 6 | 6 | นายกิตติคุณ สิงทัน | พรรคเสรีรวมไทย | 571 | 0.65% |
| 7 | 15 | นายปรัชญา สงลา | พรรคไทยสมาร์ท | 388 | 0.44% |
| 8 | 2 | นายพันศักดิ์ คงแสง | พรรคประชาธิปัตย์ | 345 | 0.39% |
1
ความพ่ายแพ้ของนายวิศรุต ปู่เพ็ง จากพรรคภูมิใจไทยต่อพรรคเพื่อไทยด้วยคะแนนเพียง 74 คะแนน (29,293 ต่อ 29,219) ถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยสามารถรุกคืบเข้าสู่พื้นที่ฐานเสียงเดิมของพรรคเพื่อไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านกลยุทธ์ “การเมืองท้องถิ่นประยุกต์” นายวิศรุตซึ่งมีดีกรีเป็นอดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) ขอนแก่น เขตอำเภอชุมแพ มีความได้เปรียบในการเข้าถึงระดับหมู่บ้านและเครือข่ายผู้นำชุมชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเลือกตั้งระบบแบ่งเขต 9 ขณะที่นายสิงหภณ ดีนาง อาศัยพลังของ “แบรนด์เพื่อไทย” และนโยบายเศรษฐกิจภาพรวมในการตรึงฐานเสียงส่วนใหญ่ไว้ได้ในนาทีสุดท้าย 2
อีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้คือบทบาทของพรรคก้าวไกล โดยนายสานิตย์ พระโบราณ ที่คว้าไปได้ถึง 16,543 คะแนน 2 คะแนนส่วนนี้ส่วนใหญ่มาจากคนรุ่นใหม่ในเขตเมืองและผู้ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ซึ่งหากวิเคราะห์ในเชิงลึก คะแนนของพรรคก้าวไกลคือ “คะแนนที่ถูกตัด” ออกมาจากฐานเสียงเดิมของฝ่ายประชาธิปไตย (เพื่อไทย) หากไม่มีตัวแปรจากพรรคก้าวไกล ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยในเขตนี้ย่อมจะขาดลอยกว่าที่เป็นอยู่ แต่เมื่อมีการแบ่งคะแนนออกเป็นสามขั้ว (Three-way race) จึงทำให้ส่วนต่างระหว่างอันดับ 1 และ 2 แคบลงจนถึงจุดวิกฤต
การวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงประวัติศาสตร์: 2562 สู่ 2566
หากพิจารณาความเปลี่ยนแปลงในระยะ 4 ปี พื้นที่อำเภอชุมแพและภูผาม่านมีการเปลี่ยนผ่านของดุลอำนาจที่สำคัญ ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 (เขต 7 เดิม) พรรคเพื่อไทยโดยนายธนิก มาสีพิทักษ์ เคยพ่ายแพ้การเลือกตั้งซ่อมให้กับนายสมศักดิ์ คุณเงิน จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งในเวลานั้น พรรคพลังประชารัฐใช้ยุทธศาสตร์การเข้าถึงพื้นที่และทรัพยากรรัฐในการคว้าชัยชนะ
อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2566 พรรคพลังประชารัฐกลับลดบทบาทลงอย่างมาก โดยนายสำราญ ศรีภา ได้คะแนนเพียง 7,321 คะแนน หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ 8.45 เท่านั้น สาเหตุหลักมาจากการย้ายขั้วของกลุ่มทุนและเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นขอนแก่น (ตระกูลช่างเหลาและพันธมิตร) จากพรรคพลังประชารัฐไปยังพรรคภูมิใจไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติ ทำให้ฐานเสียงจัดตั้งเดิมของพรรคพลังประชารัฐถูกถ่ายโอนไปยังพรรคภูมิใจไทยแทบทั้งหมด ส่งผลให้นายวิศรุต ปู่เพ็ง กลายเป็นผู้ท้าชิงหลักแทนที่พรรคพลังประชารัฐเดิม
การที่พรรคเพื่อไทยสามารถทวงคืนพื้นที่นี้กลับมาได้สำเร็จ (แม้จะหวุดหวิด) จึงถือเป็นการล้างตากับขั้วรัฐบาลเดิม และเป็นการพิสูจน์ว่า “กระแสประชาธิปไตย” ในภาคอีสานยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการรุกคืบของกลุ่มอำนาจเดิม แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญหน้ากับความสดใหม่ของพรรคก้าวไกลที่เข้ามาแบ่งแชร์ตลาดผู้มีสิทธิเลือกตั้งฝ่ายเสรีนิยมไปเป็นจำนวนมาก
เขตเลือกตั้งที่ 6 (อ.ชุมแพ, อ.ภูผาม่าน, อ.สีชมพู บางส่วน) คือสมรภูมิที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุดในการเลือกตั้งปี 2566 ไม่ใช่เพราะจำนวนประชากร แต่เพราะผลแพ้ชนะที่ตัดสินกันด้วยเศษเสี้ยวของคะแนนเพียง 74 เสียง การเลือกตั้งปี 2569 ที่จะถึงนี้ สถานการณ์ยิ่งทวีความซับซ้อน เมื่อ “ความแค้นส่วนตัว” ผสมโรงกับ “ความขัดแย้งของขั้วอำนาจ” และ “การเปลี่ยนผ่านของสังคมเมือง”
ถอดรหัส “74 คะแนน” และปรากฏการณ์ “แยกบัตร” (Split Ticket)
- พรรคเพื่อไทย (ทนายกี้): คะแนนเขต 29,293 / คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 37,772
- พรรคภูมิใจไทย (เสี่ยหนุ่ม): คะแนนเขต 29,219 / คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 4,480
- พรรคก้าวไกล (สมัยนั้น): คะแนนเขต 16,543 / คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 29,426

